เห็ดเยื่อไผ่

เห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) มีถิ่นกำเนิดอยู่ตามพื้นที่เขตร้อนชื้น เช่น ในประเทศไทย ที่มักจะพบเจอแทบทุกภาคของประเทศ โดยเกิดขึ้นตามพื้นดินที่มีเศษซากวัสดุเก่าที่เน่าเปื่อยผุพังและมีความชื้นสูง เช่น ใต้สวนมะพร้าว สวนยางพารา ตามป่าร้อนชื้น โดยเห็ดชนิดนี้จะมีกระโปรงเป็นตาข่ายหลากหลายสี ขึ้นอยู่กับชนิดหรือสายพันธุ์ บางชนิดจะมีหมวกครอบบนสุดของก้านเป็นสีดำ หรือสีเทา มีก้านและกระโปรงสีขาว บ้างก็สีเหลือง สีส้ม สีแดง

ลักษณะโครงสร้างภายในของดอกเห็ดเยื่อไผ่ขณะที่ตูมอยู่ จะมีเปลือกห่อหุ้มด้านนอก ถัดเข้าไปข้างในจะเป็นเมือกวุ้น เพื่อป้องกันดอกอ่อนได้รับการกระทบกระเทือนและรักษาระดับความชื้นให้พอเหมาะ แล้วจะถูกห่อหุ้มด้วยเนื้อเยื่อบางๆ ส่วนที่เป็นสีเขียวเข้ม จะเป็นส่วนหมวกที่จะเป็นส่วนที่สร้างสปอร์ ถัดไปก็คือ ส่วนของกระโปรง ที่เป็นเนื้อเยื่อโปร่งซ้อนกันและจะถูกยืดออกเมื่อดอกโตขึ้น ด้านในสุดคือ ส่วนของก้านที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำจับกันแบบหลวมๆ เมื่อดอกเห็ดโตเต็มที่ส่วนนี้และกระโปรงจะเจริญอย่างรวดเร็ว โดยใช้ระยะเวลาจากดอกที่กำลังแย้มบานจนกระทั่งถึงบานเต็มที่เพียง 1-2 ชม.เท่านั้น

เห็ดเยื่อไผ่ หรือเห็ดร่างแหในประเทศไทยพบ 5 สายพันธุ์ คือ เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาวสีขาว เห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้นสีขาว เห็ดเยื่อไผ่สีเหลือง เห็ดเยื่อไผ่สีส้ม เห็ดเยื่อไผ่สีแดง

คุณค่าทางโภชนาการ

เห็ดเยื่อไผ่มีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูง มีโปรตีน (Nx6.25) 15-18% มี กรดอะมิโนถึง 16 ชนิด จาก กรดอะมิโนที่มีทั้งหมด 20 ชนิดที่ร่างกายมนุษย์ต้องการ และกรดอะมิโน 16 ชนิดนี้ ยังเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ (Essential amino acid) ถึง 7 ชนิด และมีไรโบฟลาวิน (Riboflavin) หรือวิตามินบี 2 ค่อนข้างสูง เห็ดเยื่อไผ่ดอกตูมจะมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าดอกบาน

ในส่วนปลอกหุ้มดอกและหมวกดอกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) อยู่ในปริมาณสูง สามารถป้องกันหรือชะลอการเกิดกระบวนการออกซิเดชั่นได้หลายรูปแบบ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังได้อย่างหลากหลาย เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคสมอง เป็นต้น ส่วนเมือกหุ้มดอกเห็ด มีลักษณะเป็นเจลเข้มข้นที่อุดมไปด้วยกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid) และอัลลันโทอิน (Allantoin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดการระคายเคืองของผิว เพิ่มความชุ่มชื้นฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และยังพบกรดกลูโคนิค (Gluconic Acid) ที่สามารถเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ชั้นผิวหนังกำพร้า จะเสริมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น นุ่มนวล มีความยืดหยุ่นดี ลดริ้วรอยและช่วยเติมเต็มผิวที่หย่อนคล้อยโดยสารอัลลันโทอินจากเห็ดเยื่อไผ่นี้เป็นสารชนิดเดียวกับที่พบในเมือกหอยทาก แต่จะมีความบริสุทธิ์และสามารถเก็บเกี่ยวได้ง่ายกว่า ส่วนลำต้นและกระโปรงนั้น อุดมไปด้วยสารพอลิแซคคาไรด์พวกเบต้ากลูแคน (β-glucan) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ทั้งกระตุ้นและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

เห็ดมิลค์กี้

เห็ดมิลกี้ หรือ เห็ดน้ำนม เป็นเห็ดป่าที่มีต้นกำเนิดอยู่ตามเบงกอลตะวันตก  ทุกวันนี้สามารถปลูกได้ทุกภูมิภาคของประเทศไทย เห็ดมิลกี้เป็นเห็ดตีนแรดสายพันธุ์หนึ่งที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย  แล้วนำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้ปลูกได้ในประเทศไทยซึ่ง  เห็ดมิลกี้จะมีอัตราการเกิดดอกได้ง่ายกว่าเห็ดตีนแรดในอดีต  จุดเด่นของเห็ดชนิดนี้คือ มีสีขาว เนื้อแน่น สวยสามารถเก็บไว้ได้นานกว่าเห็ดนางฟ้าแต่ความอร่อยไม่แพ้เห็ดออรินจิ จากการวิจัยหลายแห่งนักวิชาการได้สรุปคุณค่าทางสารอาหารของเห็ดมิลกี้ไว้ดังนี้

1 . เห็ดมิลกี้เป็น 1 ใน 3 เห็ดที่มีโปรตีนมากที่สุดในโลก  ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารมังสวิรัติแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์

2. มีสารเบต้ากลูแคน ซึ่งเป็นสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ต้านการกลายพันธุ์ของพันธุกรรม ช่วยต้านเชื้อมะเร็งและช่วยต้านการเกิดเนื้องอก

3. เห็ดมิลกี้ มีสารต้านอนุมูนอิสระ  เป็นสารที่ช่วยชะลอ ความแก่ ลดรอยเหี่ยวย่นและบำรุงผิว

4. เห็ดมิวกี้ เป็นแหล่งรวม แร่ธาตุที่ดี (Ca , K , Mg , Na , และ P) วิตามิน(Cu , Fe Mn และ Zn) ซึ่งเป็นสารช่วยต้านมะเร็งลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต้านแบคทีเรียไวรัสและป้องกันฟันผุ

5. เห็ดมิลกี้ มีสารกลูต้าไทโอนช่วยบำรุงตับให้ขจัดสารพิษออกจากร่างกายและยังนำมารักษาอาการข้ออักเสบ โรคพาร์กินสัน โรคตับ โรคไต โรคเอดส์ ภาวะเป็นหมันในเพศชายและภาวะหูตึงจากเสียงดัง

6. มีสารช่วยยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาระหว่างไขมันกับออกซิเจนภายในร่างกาย (LPO) เป็นสาเหตุในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้นโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

7. ช่วยเร่งผลิตเม็ดเลือดขาวเกร็ดเลือดและเม็ดเลือดแดงอีกด้วย

เห็ดถั่งเช่าสีทอง

เห็ดถั่งเช่าสีทองคืออะไร?
เห็ดถั่งเช่าสีทอง หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เห็ดหญ้าหนอน นั้นจัดเป็นยาอายุวัฒนะของชาวจีนที่มีมาแต่อดีต โดยในสมัยก่อนผู้คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์นำมาใช้ โดยผู้ที่สามารถนำมาใช้ได้คือองค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น จัดเป็นพืชที่ช่วยปรับสมดุลให้แก่ร่างกายประเภทหายากชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งอุดมด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ มากมาย

ประโยชน์และสรรพคุณของเห็ดถั่งเช่าสีทอง
– ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ในร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงเกิดความสมดุลภายในร่างกาย
– ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคนิ่วในไต หรือไตอักเสบ ทำให้ไตแข็งแรง
– ช่วยบำรุงร่างกายและผิวพรรณให้แข็งแรง ไม่แก่ก่อนวัย
– ช่วยป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และทำให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น เนื่องจากช่วยให้ตัวอสุจิแข็งแรง พร้อมทั้งเติมเต็มน้ำอสุจิและไขกระดูก
– ช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากในผู้ชายได้ดี
– ช่วยให้ปอดและหลอดลมแข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ช่วยบรรเทาอาการปวดเอว หรือรู้สึกอ่อนเพลีย ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น

เห็ดฮังการี่

ลักษณะทั่วไป
สำหรับลักษณะของเห็ดนางรมฮังการีนั้นจะเหมือนหรือคล้ายกับเห็ดขอนขาว โดยเกิดตามตอไม้ผุ บริเวณหมวกดอกจะเหมือนหรือคล้ายกับหอยนางรม โดยบริเวณหมวกดอกนั้นจะแบนราบมีสีเทาหรือขาว ส่วนตรงกลางจะเป็นแอ่งเว้า ซึ่งหมวกดอกกับก้านดอกจะติดเป็นเนื้อเดียวกัน และก้านดอกจะมีลักษณะค่อนข้างสั้น ส่วนครีบดอกจะมีสีขาวหรือเทาเช่นกันเป็นแผ่นบางๆ และบริเวณนี้คือบริเวณสำหรับการสร้างสปอร์ของเห็ดฮังการี

คุณค่าทางโภชนาการขอเห็ดนางรมฮังการี
– ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เป็นการช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์ผิดปกติในร่างกายที่ก่อเกิดก้อนเนื้อร้ายจนกลายเป็นมะเร็ง
– ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการก่อเกิดโรคต่างๆ
– ช่วยลดปริมาณไขมันและน้ำตาลในเลือด ทำให้ห่างไกลจากโรคอ้วน หรือไขมันอุดตัน
– ช่วยสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกาย
– ช่วยลดอาการอักเสบหรือปวดบวมต่างๆ ของร่างกาย
– ช่วยแก้อาการปวดตามแขนหรือขา และตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
– ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ไม่เกิดอาการเส้นเอ็นยึด

เห็ดนางฟ้าภูฐาน

ลักษณะทั่วไปของเห็ดนางฟ้าภูฏาน

เห็ดนางฟ้าภูฏาน (Indian Oyster Mushroom หรือ Phoenix Mushroom หรือ Lung Oyster) เรียกว่าเป็นเห็ดนางรมชนิดหนึ่งซึ่งมีสายพันธุ์มาจากประเทศภูฏาน (บางครั้งเลยมีคนเรียกว่าเห็ดนางรมภูฏาน)โดยมีลักษณะเป็นกลุ่มๆ บริเวณโคนนั้นจะเชื่อมติดกัน และมีหมวกเห็ดเป็นทรงคล้ายใบพัดสีน้ำตาลอ่อนแกมเทา หรือม่วงอ่อนๆ มีผิวค่อนข้างเรียบสีขาว ส่วนด้านล่างของเห็ดจะมีครีบแคบๆ และเรียวยาวลงไปถึงก้าน และก้านดอกนี้จะไม่อยู่พอดีกับกึ่งกลางของดอก โดยโคนจะเล็กและเรียว แต่เป็นนูนและร่องเตี้ยๆทั้งก้านดอกเห็ด

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดนางฟ้าภูฏาน
– ช่วยต้านทานมะเร็ง ไม่ให้เกิดเซลล์ผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้าย
– ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
– มีโปรตีนสูงกว่าในเนื้อสัตว์ สามารถช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย โดยไม่มีอันตรายจากไขมันสัตว์
– ช่วยบำรุงให้ระบบการทำงานของหัวใจดีขึ้น
– ช่วยป้องกันอาการเลือดออกตามไรฟัน เพราะมีวิตามินซีอยู่สูง
– ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง หรือผดผื่นขึ้นตามร่างกาย
– ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

เห็ดนางฟ้า

เห็ดนางฟ้า มักจะพบตามธรรมชาติบริเวณตอไม้เนื้ออ่อนที่กำลังผุ โดยมีรูปร่างลักษณะคล้ายคลึงกับเห็ดนางรม และเห็ดเป๋าฮื้อ แต่จะมีสีอ่อนกว่า และมีครีบอยู่ชิดกันมากกว่า ด้านบนของดอกจะมีสีนวลๆ ถึงสีน้ำตาลอ่อน ดอกเห็ดนางฟ้าจะมีขนาดตั้งแต่ 5-14 เซ็นติเมตร และจะมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 30-120 กรัม และเชื่อว่าสามารถป้องกันโรคหวัด ช่วยการไหลเวียนเลือด และโรคกระเพาะ

สรรพคุณ

  1. เห็ดนางฟ้าจัดเป็นแหล่งเกลือแร่ที่สำคัญ โดยมีเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น ซิลิเนียม โดยจะทำหน้าที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
  2. เห็ดนางฟ้ามีโปแตสเซียม ช่วยในการทำหน้าที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจความสมดุลของน้ำในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทส่วนต่าง ๆ ช่วยการไหลเวียนเลือดดี ลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ และอัมพาต อีกด้วย
  3. เห็ดนางฟ้าอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม (ไรโบฟลาวิน) และไนอาซิน ซึ่งจะช่วยควบคุมการทำงานของระบบย่อยอาหาร ป้องกันโรคกระเพาะได้

เห็ดฟาง

ลักษณะทั่วไปของเห็ดฟาง
สำหรับเห็ดฟางนั้นเป็นเห็ดที่มีดอกตูมก้อนกลมสีขาวเนื้อแน่นละเอียด แต่เดิมมักเรียกว่าเห็ดบัว เนื่องจากมักขึ้นตามเปลือกเมล็ดบัวที่กะเทาะเมล็ด แต่ภายหลังเริ่มมีการเพาะปลูกอย่างจริงจังโดยใช้ฟางในการเพาะเห็ด จึงทำให้เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นเห็ดฟาง โดยเห็ดฟางนั้นจะมีเยื่อหุ้มกระเปาะลักษณะคล้ายๆ กับถ้วยรองรับฐานเห็ดอยู่ เมื่อหมวกเห็ดเจริญขึ้นจะแผ่กางออกเป็นลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับร่ม โดยบริเวณด้านบนของหมวกเห็ดเป็นสีเทาอาจอ่อนหรือเข้มก็ได้ และมีผิวค่อนข้างเรียบ รวมทั้งมีขนละเอียดขึ้นปกคุลมอยู่จางๆ ส่วนบริเวณด้านล่างของหมวกเห็ดนี้จะมีครีบบางๆ อยู่ และมีก้านดอกเป็นสีขาวละมุน

สรรพคุณและประโยชน์ของเห็ดฟาง
– ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้นกันโรคให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ทำให้ร่างกายแข็งแรง เนื่องจากมีวิตามินซีอยู่สูง
– ช่วยในการสมานผิวทำให้แผลหายเร็วขึ้น และลดอาการติดเชื้อต่างๆ
– ช่วยลดอาการปวดบวมของเหงือกและฟัน
– ช่วยแก้อาการคันตามผิวหนัง หรือผื่นคันตามร่างกาย
– ช่วยแก้โรคลักปิดลักเปิด หรือเลือดออกตามไรฟัน
– ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็ง เป็นการยับยั้งและชะลอการเกิดขึ้นของเซลล์มะเร็งร้าย
– ช่วยลดหรือบรรเทาอาการช้ำใน หรือปวดบวมในร่างกาย
– ช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง เป็นการทำให้ระบบการทำงานของตับและร่างกายเกิดความสมดุล

เว็บไซต์ที่สร้างด้วย WordPress.com.

ขึ้น ↑

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น